รวบหนุ่มอ้างเป็นตำรวจ หลอกโอนเงินคดีฟอกเงิน เสียหายเกือบ 200 ล้าน

CIB รวบหนุ่มแสบอ้างเป็นตำรวจ หลอกเหยื่อโอนเงินตรวจสอบคดีฟอกเงิน เหยื่อสูงเงินเกือบ 200 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.ท.สมเกียรติ อิทธิสาร รอง สว.(ป) กก.5 บก.ป., ร.ต.ท.เรวัฒน์ ห้วยหงส์ทอง รอง สว.(ป) กก.5 บก.ป., ร.ต.ต.สราวุธ ศิริพยาบาล รอง สว.(อก.) กก.5 บก.ป., ด.ต.ศุภกร บุญมาก ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม นายยงยุทธฯ อายุ 29 ปี ในความผิดฐาน “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” จับกุม บริเวณหน้าบ้านแห่งหนึ่ง ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

พฤติการณ์ นางเจนจิราฯ ผู้กล่าวหา ได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.2 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (สอท.2) ได้มีคนร้ายเป็นหญิง โทรศัพท์หาผู้เสียหาย ขณะอยู่เมืองลอส อัลทอส รัฐแคลิฟอเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แอบอ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ หลอกผู้เสียหายว่า มีการเปิดหมายเลขโทรศัพท์โดยชื่อผู้เสียหายแล้วนำไปกระทำผิดกฎหมาย

ต่อมา มีคนร้ายเป็นชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรศัพท์ติดต่อกับผู้เสียหายและติดต่อสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ กล่าวหาผู้เสียหายว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน โดยแสดงข้อความ รูปภาพ ที่อ้างว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงข้อความรวมถึงรูปภาพที่ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่า ผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน อาทิ สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ ที่ระบุชื่อผู้เสียหาย อันเป็นความเท็จ

จากนั้นหลอกผู้เสียหายว่าจะต้องทำการโอนเงินไปให้ตรวจสอบ ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปตามที่คนร้ายแจ้งหลายครั้ง โดยโอนเงินจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหายในประเทศสหรัฐอเมริกา และในประเทศไทย ไปยังบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้าย รวมเป็นเงินประมาณ 198,859,414 บาท โดยผู้ต้องหาได้รับโอนเงินจากบัญชีธนาคารผู้เสียหาย เข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา และได้มีการโอนเงินต่อไปยังบัญชีธนาคารของผู้ต้องหารายอื่นๆ

จากพฤติการณ์พบว่าผู้ต้องหาได้ร่วมกับพวกรวมทั้งหมด 75 คน กระทำความผิดในลักษณะขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นขั้นตอน โดยมีส่วนหนึ่งทำหน้าที่หลอกลวง และอีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีรับโอนเงินเป็นทอดๆ เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายสามารถติดตามเงินคืนได้

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า นายยงยุทธฯ นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านดังกล่าว จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงหมายจับให้ดู ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จึงควบคุมตัวมาดำเนินคดี

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา