
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวคดีสำคัญ
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ผู้กล่าวหา ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา รวม 6 ราย โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด (ทองคำแท่ง) แก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดอันมิชอบด้วยหน้าที่ , ร่วมกันเป็นผู้ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เพื่อจูงใจให้กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่
พฤติการณ์ กล่าวคือ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ได้ให้นายสามารถฯ ส่งมอบทองคำแท่ง จำนวน 2 กล่อง รวมน้ำหนักทองคำ 246 บาททองคำ ให้กับ พ.ต.อ.ภาคภูมิฯ (ผู้กล่าวหา) เพื่อให้นำทองคำแท่งดังกล่าวไปมอบให้กับนายเอกวิทย์ฯ กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อจูงใจให้นายเอกวิทย์ฯ ซึ่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ที่ดูแลรับผิดชอบสำนวนคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ กับพวกตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ช่วยเหลือทางคดีให้มีมติไม่ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัย โดยกำชับให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิฯ บันทึกคลิปวิดีโอขณะส่งมอบทองคำเก็บไว้ด้วย
ต่อมาวันที่ 1 กันยายน 2567 พ.ต.อ.ภาคภูมิฯ ผู้กล่าวหา ได้นำทองคำแท่งดังกล่าว ไปมอบให้กับนายเอกวิทย์ฯ โดยผ่านนายสุรสิทธิ์ฯ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพิเศษประจำตัวนายเอกวิทย์ฯ ที่ลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร
ภายหลังจากที่นายเอกวิทย์ฯ ได้รับมอบทองคำแท่งไปแล้ว ในห้วงเดือนกันยายน ถึง พฤศจิกายน 2567 นายเอกวิทย์ฯ ได้เรียกผู้ต้องหาในคดีไปชี้แจงข้อเท็จจริง ที่สำนักงาน ป.ป.ช. และเร่งสอบกระบวนการสอบสวน และต่อมาคณะอนุกรรมการมีมติ ไม่ชี้มูล พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ
พนักงานสอบสวนจึงได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และได้ทำการส่งสำนวนดังกล่าวไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568
ผู้ถูกกล่าวหา
• พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อายุ 55 ปี
• นายเอกวิทย์ฯ ตำแหน่ง กรรมการ ป.ป.ช. อายุ 65 ปี
• นายสมบัติฯ อายุ 70 ปี
• นายสามารถฯ หรือเอ็ดเวิร์ด อายุ 45 ปี
• นายสรพงษ์ฯ อายุ 47 ปี
• นายสุรสิทธิ์ฯ อายุ 55 ปี
เหตุเกิดที่ อาคารรัชดาวัน ชั้น 2 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่อง ลานจอดรถ สมาคมชาวปักษ์ใต้ แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ต่อเนื่อง 1 กันยายน 2567
โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน
นายเอกวิทย์ฯ ความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือ พนักงานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ฯลฯ” และ นายสุรสิทธิ์ฯ ในความผิดฐาน “สนับสนุนเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สิน ฯลฯ”
พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ฯ หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกับพวก รวม 4 คน ความผิดฐาน “ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด (ทองคำแท่ง) แก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดอันมิชอบด้วยหน้าที่และร่วมกันเป็นผู้ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เพื่อจูงใจให้กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่”
สอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.อ.ภานุมาศ แสงส่ง ผกก.1 บก.ปปป.
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”