ตำรวจสอบสวนกลาง CIB รวบแก๊งหลอกดาวน์-ขโมยรถมอเตอร์ไซค์ ยึดกระบะตู้ทึบลักลอบขนมอเตอร์ไซค์ 15 คัน เตรียมข้ามช่องทางธรรมชาติชายแดนมุกดาหาร

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง CIB โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป รอง ผบก.ทล. พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิใหญ่ รอง ผบก.ทล., ว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล., พ.ต.ท.จิระพันธุ์ รุจิระกุล และ พ.ต.ท.ธนพล ยอดกัญหา รอง ผกก.6 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สังกัด กก.6 บก.ทล. นำโดย พ.ต.ท.ณัติรุจน์ วัฒนะฉัตรรัตน์ สวญ.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล.,พ.ต.ท.กีรติ เหิมศรีชาติ สว.ทล.5 กก.6 บก.ทล., ร.ต.อ.พรชัย พวงใส รอง สว.ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงในสังกัด
ทำการตรวจยึด
1. รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา จำนวน 1 คัน เป็นผู้ขับขี่บรรทุกรถจักรยานยนต์ จำนวน 9 คัน โดยมี นายพัฒนพงษ์ อายุ 22 ปี
2. รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว จำนวน 1 คัน บรรทุกรถจักรยานยนต์ จำนวน 6 คัน โดยมี นายณัฐพงษ์ อายุ 30 ปี เป็นผู้ขับขี่ และ Mr.Kongmany สัญชาติลาว อายุ 19 ปี เป็นผู้โดยสาร
วันเวลาสถานที่เกิดเหตุ : วันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 23.30-01.50 น. บริเวณ ทล.292 กม.0 ต.สำราญ อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร และ ทล.12 กม.724 ต.หนองสูงเหนือ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีขบวนการลักลอบขนรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยและที่ถูกหลอกดาวน์ เพื่อลักลอบส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร โดยใช้รถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ อีซูซุ สีเทา ผ่านมาเส้นทาง ทล.12 ต.หนองสูงเหนือ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร และ รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว ผ่านมาเส้นทาง ทล.292 ต.สำราญ อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร จึงวางแผนสกัดจับ และสามารถสกัดจับรถยนต์เป้าหมายทั้ง 2 คัน ไว้ได้
โดยรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ อีซูซุ สีเทา พบนายพัฒนพงษ์ อายุ 22 ปี แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือในการตรวจสอบสิ่งของที่บรรทุกมา พบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ จำนวน 9 คัน และรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว พบนายณัฐพงษ์ อายุ 30 ปี แสดงตัวเป็นคนขับขี่ และ Mr.Kongmany สัญชาติ ลาว อายุ 19 ปี (นั่งข้างคนขับ) เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือในการตรวจสอบสิ่งของที่บรรทุกมา พบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ จำนวน 6 คัน
สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ที่บรรทุกมาและขอตรวจสอบเอกสารการตัวรถ ปรากฎว่าผู้ขับขี่ ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนกับเจ้าหน้าที่ได้ อีกทั้งมีลักษณะพิรุธต้องสงสัย ลุกลี้ลุกลน ให้การไม่ชัดเจน จึงได้ตรวจยึดเพื่อทำการตรวจสอบ สืบสวนขยายผลหาขบวนการผู้กระทำความผิด และได้นำรถที่ถูกตรวจยึดได้ทั้งหมดส่ง พงส.สภ.คำชะอี จ.มุกดาหาร และ พงส.สภ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายณัฐพงษ์ฯ รับสารภาพว่า ไปรับรถจักรยานยนต์ทั้ง 6 คัน (มาจาก กทม. 3 คัน, สระบุรี 2 คัน และนครราชสีมา 1 คัน) โดยติดต่อกันกับคนว่าจ้างผ่านทางแอพพลิเคชั่น Line ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง แจ้งว่าให้ไปรับรถจักรยานยนต์ ตามจุดที่แจ้ง และจะได้รับค่าจ้างขนส่งคันละ 1,500 บาท ในครั้งนี้ผู้จ้างให้นำรถจักรยานยนต์ทั้งหมดไปส่ง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร และ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร โดยตนทำมาแล้วจำนวน 5 ครั้ง จนกระทั่งถูกตรวจยึดในครั้งนี้
ส่วน นายพัฒนพงษ์ฯ รับสารภาพว่า ได้ไปรับรถจักรยานยนต์จำนวน 9 คนจากบริเวณชุมชนในเขตประชาอุทิศ กรุงเทพฯ โดยได้รับการติดต่อจาก นายขิงฯ ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Line ว่าจ้างให้นำรถไปส่งที่ จ.มุกดาหาร ติดชายแดน สปป.ลาว เมื่อไปถึงสถานที่นัดหมายแล้วจะมีคนมารับต่อ จะได้รับค่าจ้างขนส่งคันละ 1,500 บาท เมื่อส่งรถจักรยานยนต์ถึงมือผู้รับแล้ว นอกจากนี้ยังให้การว่าได้ทำลักษณะนี้หลายครั้งแล้ว
จากการสืบสวนขยายผลพบว่า รถจักรยานยนต์ที่ตรวจยึดได้ส่วนใหญ่เป็นรถที่ยังอยู่ระหว่างการเช่าซื้อ โดยบางคันเพิ่งเช่าซื้อมาได้เพียง 2 วัน ก็ถูกนำไปขายต่อให้กับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าว ขบวนการนี้มีแหล่งรับรถจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออก ก่อนลำเลียงออกนอกราชอาณาจักรทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) โดยจะเลือกใช้ช่วงเวลากลางดึกในการขนส่ง ผู้ขับขี่รถที่ใช้ลำเลียงจะได้รับค่าจ้าง คันละประมาณ 1,500 – 2,500 บาทต่อคัน ทั้งนี้ จากการขยายผลพบว่าขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. กลุ่มผู้จัดหารถจักยานยนต์หรือหาบุคคลมาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ รวมถึงการจัดหารถจักรยานยนต์ผิดกฎหมายจากแหล่งต่าง ๆ อาทิ รถหลุดจำนำ หรือรถที่ถูกโจรกรรม
2. กลุ่มนักบิน หรือกลุ่มผู้รับหน้าที่ขนส่งและนำทาง
3. กลุ่มนายทุนและผู้ประสานงาน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการ
นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มผู้กระทำความผิดมีการติดต่อสื่อสารและสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน LINE และ Telegram หลายกลุ่ม ภายในกลุ่มพบว่ามีสมาชิกเป็นผู้ขับขี่รถรับจ้างเป็นจำนวนมาก และมีแอดมินทำหน้าที่คอยส่งงาน แจ้งพิกัด กำหนดเส้นทาง และช่วงเวลาในการเดินรถอย่างเป็นระบบ สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของ ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่มีการจัดการและวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ สืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มนายทุน ผู้ว่าจ้าง และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข้อเตือนภัย ตำรวจทางหลวง กก.6 บก.ทล. มีมาตรการเข้มงวดในการปราบปรามอาชญากรรมบนถนนทางหลวง ทุกรูปแบบ หากพบเห็นหรือมีเบาะแส หรือต้องการติดต่อสอบถามข้อมูลรถจักรยานยนต์ ทั้ง 15 คัน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนตำรวจทางหลวง หมายเลขโทรศัพท์ 1193