CIB รวบหนึ่งในแก๊งขนยานรกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าไทย มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบหนึ่งในขบวนการขนยานรกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าไทย มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.มนตรี เทศขันรอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น, พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้ม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ, พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์, พ.ต.ท.เอนก บุญตา, พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์, พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง รอง ผกก.4 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.จิรัฎฐวัฒน์ กิจรุ่งเรืองเดช สว.กก.4 บก.ป., ด.ต.เกียรติเฉลิม รักษ์งาม, ด.ต.สิทธิโชค สีแดง, ส.ต.อ.วรวุฒิ อภิสิริโชค, ส.ต.อ.จิณณวัตร วุฒิปัญญาพรม ผบ.หมู่ กก.4 บก.ป. ทำการจับกุม นายพีรพัฒน์ฯ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหนองคาย ที่ จ.19/2565 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน,3,4 เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน) เข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป,ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน, 3, 4 เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, ร่วมกันนำเข้าวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 2 (เคตามีน) เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการกระทำเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน,ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 2 (เคตามีน) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและเป็นการกระทำเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” จับกุมบริเวณบ่อทรายในพื้นที่ ม.12 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

พฤติการณ์  เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 เวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสจากสายข่าวว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ผ่านเส้นทางริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่เป้าหมาย

กระทั่งตรวจพบเรือยนต์ต้องสงสัยลำหนึ่งจอดเทียบริมตลิ่ง โดยมีชาย 2 รายลำเลียงกระสอบขนาดใหญ่มาจากเรือขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและสั่งให้หยุดตรวจสอบ แต่ชายทั้งสองได้ทิ้งกระสอบของกลางและกระโดดลงแม่น้ำโขงเพื่อหลบหนี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้บริเวณพงหญ้าใกล้จุดเกิดเหตุ

จากการตรวจสอบของกลาง พบเป็นยาเสพติดให้โทษจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้าประมาณ 5,080,000 เม็ด ยาอีทั้งแบบเม็ดและผง เคตามีน และกัญชา รวมมูลค่ากว่า 393 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับในวันดังกล่าว ได้แก่

1. นายอานนท์ อายุ 19 ปี

2. นายวัชระ อายุ 25 ปี

ทั้งสองเป็นชาวจังหวัดอุดรธานี ให้การว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างลำเลียงยาเสพติด และขบวนการดังกล่าวมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 14 ราย หนึ่งในนั้นคือนายพีรพัฒน์ฯ (ผู้ต้องหารายนี้) ซึ่งสามารถหลบหนีไปได้ในวันเกิดเหตุ

กระทั่งวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม สามารถติดตามจับกุมตัวนายพีรพัฒน์ฯ ได้ในพื้นที่ หมู่ที่ 12 ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ต้องหาใช้หลบซ่อนตัว โดยอาศัยอยู่กับบุคคลที่มีลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และทำงานอยู่ภายในพื้นที่ดังกล่าวในลักษณะปกปิดข้อมูลประวัติส่วนตัว

เมื่อทำการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ทราบตามหมายจับแล้ว ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่าตนเป็นหนึ่งในกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีจำนวนรวมประมาณ 14 คน และทำหน้าที่รับจ้างลำเลียงของกลางจากฝั่งประเทศลาวเข้าสู่ประเทศไทย เพื่อส่งต่อยังจุดหมายในพื้นที่ตอนใน และต่อไปยังประเทศที่สาม โดยได้รับค่าจ้างผ่านทางบุคคลที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังคม จังหวัดหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ