
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 17 ก.พ.68 พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.น.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.ธนกร จันรอด รอง ผกก. ว่าที่ พ.ต.ท.ไกรฤกษ์ สิทธิโชติ สว.สส. พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม ร่วมกันแถลงจับกุมตัว นายเข็มชาติ หรือต๊ะ อายุ 26 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา และนายอนุชิต หรือบิว โพธิ์ศรี อายุ 20 ปี ชาว กทม. พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีแดง 1 คันที่ใช้ก่อเหตุ, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน (คันที่ถูกลักมา), หมวกกันน็อกครึ่งใบ สีขาว 1 ใบ และชุดที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ โดยจับกุมได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 35 แยก 3 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 20.35 น. เจ้าหน้าที่รับแจ้งจาก นางสาวกนกวรรณ อายุ 35 ปี ชาว จ.ศรีษะเกษ ผู้เสียหาย ว่าขณะตนจอดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน (คันของกลาง) ไว้ที่บริเวณหน้ารัชภูมิคลีนิก พระราม 2 ซอย 65 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ โดยจอดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 10.00 น. ต่อมาเวลา 19.30 น. ปรากฎว่ารถของตนได้ถูกคนร้ายลักไป จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม
ต่อมา ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม จึงทำการสืบสวน และตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี จนทราบว่าผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ซอยสุขสวัสดิ์ 35 แยก 3 จึงไปตรวจสอบ พบรถจักรยานยนต์พีซีเอ็กซ์ สีแดง คันที่ใช้ก่อเหตุจอดอยู่หน้าบ้านดังกล่าว จึงเรียกให้คนในบ้านออกมา กระทั่งพบนายเข็มชาติ หรือต๊ะ และนายอนุชิต หรือบิว สองผู้ต้องหา เดินออกมาจากบ้าน แต่งกายตรงกับผู้ก่อเหตุตามภาพกล้องวงจรปิด และทำทีมีพิรุธ และจะหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม
สอบถามผู้ต้องหาทั้งสอง เบื้องต้นรับว่าได้ใช้รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ที่จอดอยู่ไปก่อเหตุลักรถผู้เสียหาย ที่จอดหน้าคลีนิกรัชภูมิจริง
หลังก่อเหตุได้นำรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจอดทิ้งไว้ ปากซอยเจริญนคร 65 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพฯ จากนั้นได้พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดหมวกกันน็อกและชุดเสื้อผ้าของกลาง จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางไปสอบสวนที่ สน.ท่าข้าม
สอบสวนนายอนุชิต หรือบิว ให้การว่า ตนเคยถูกจับคดีร่วมกันลักทรัพย์ 1 ครั้ง ตอนอายุ 14 ปี ส่วนนายเข็มชาติ หรือต๊ะ เคยถูกจับคดีลักทรัพย์ (ลักรถ) มากกว่า 4 ครั้ง, ยาเสพติด และรับซื้อของโจร และเพิ่งพ้นโทษเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ส่วนเงินที่ได้นำไปใช้จ่าย ซื้อยาเสพ
พล.ต.ต.คมสิทธิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นสั่งให้ฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบย้อนหลังว่าผู้ต้องหาได้ไปก่อเหตุที่อื่นมาด้วยหรือไม่ และก่อเหตุมาทั้งหมดกี่คัน
เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการหลบหนีหรือรับของโจร” นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้ามเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป