รวบแก๊งอุ้มฆ่าสาวชุดเหลืองหายตัวลึกลับ ก่อนพบร่างถูกฝังกลางเหวเมืองนคร

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย, พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป, พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.หัตถพร ทองคำ, พ.ต.ท.หัตถพล ทองคำ, พ.ต.ท.ณัติรุจน์ วัฒนะฉัตรรัตน์ รอง ผกก.5 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย   พ.ต.ท.ฤทธิชัย  ชุมช่วย รอง ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ,  พ.ต.ต.ธีระพงษ์ คงเขียว สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 2 และชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.5 บก.ป. 

ได้ร่วมกันจับกุม 

1. นายธนวิชญ์ หรือเพชร (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 81/2566 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน“ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่นเพื่อปกปิดความผิดของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย” จับกุมบริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งใน ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา

2. นายไพฑูรย์ หรือโอ๊ต (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 136/2566 ลงวันที่ 25 เม.ย. 2566 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันรับของโจร” จับบริเวณริมถนนสายบ้านเก่า – ห้วยน้ำขาว ม.2 ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี

3. น.ส.อำพิลา หรือแต้ว (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 137/2566 ลงวันที่ 25 เม.ย. 2566 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันรับของโจร” จับกุมริมถนนสุขภิบาลหวายเหนียวสาย 2 ม.1 ต.แสนตอ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

พฤติการณ์ ย้อนไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 น.ส.สุพัตรฯ ญาติผู้ตาย ที่ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อแจ้งความว่า น.ส.สุดารัตน์ หรือเอ๋ฯ ซึ่งเป็นน้องสะใภ้ ได้หายตัวไปจากบ้าน ที่ ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยรถยนต์นั่ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน ขค 1797 นครศรีธรรมราช หายไปพร้อมกัน เกรงว่า น.ส.สุดารัตน์ฯ อาจจะเกิดอันตรายแก่ชีวิต จึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ ทำการสืบสวน โดยตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบประตูห้องนอนของ น.ส.สุดารัตน์ฯ ถูกทุบทำลายได้รับความเสียหาย จึงเชื่อว่าการหายตัวไปของ น.ส.สุดารัตน์ฯ น่าจะเกิดจากการถูกประทุษร้ายต่อชีวิต 

ต่อมาวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน ขค 1797 นครศรีธรรมราช ได้ขับผ่าน ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี มุ่งหน้า อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ชายแดนด้านทิศตะวันตก 

กระทั่งวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้ติดตามตรวจยึดรถยนต์ดังกล่าวไว้ได้ จากการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง พบว่าการหายตัวไปของ น.ส.สุดารัตน์ฯ ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 นั้น ได้มีการร่วมกันกระทำความผิดโดยเตรียมการ วางแผน แบ่งหน้าที่กันมาก่อนแล้ว เพื่อให้ได้ไปซึ่งรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน ขค 1797 นครศรีธรรมราช ตลอดจนได้มีการฆ่า น.ส.สุดารัตน์ฯ แล้วอำพรางศพด้วยการฝังกลบดิน 

กระทั่งวันที่ 13 มีนาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เดินเท้าขึ้นไปบนภูเขาหลังสำนักสงฆ์บ้านเขาล้อม เมื่อเดินเท้าขึ้นไปได้ประมาณ 300 – 400 เมตร ลักษณะเป็นเนินสันเขา ข้ามลำห้วยไปประมาณ 10 เมตร พบร่อยรอยการขุดดินมีเศษใบไม้และก้อนหินวางปิดทับอยู่ ได้ใช้จอบขุดดินออก พบศพ น.ส.สุดารัตน์ฯ ใส่ชุดคลุมสีเหลือง นอนตะแคงชันเข่า โดยมีผ้าห่มสีเขียวคลุมห่อไว้ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืน กระสุนฝังในศีรษะจำนวน 1 นัด 

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุและใกล้เคียง มีบุคคลที่เกี่ยวข้องร่วมกันในการกระทำความผิดและถูกศาลจังหวัดทุ่งสงออกหมายจับจำนวน 9 ราย โดย 1 ในคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุตั้งแต่ต้นคือ นายธนวิชญ์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นคนที่บุกเข้าเอาตัว น.ส.สุดารัตน์ฯ มาจากในบ้านในพื้นที่ ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน ขค 1797 นครศรีธรรมราช มาส่งมอบให้กับพวก ขับมุ่งไปจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อส่งขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน 

หลังจากสับเปลี่ยนรถยนต์ที่ขับขี่มาแล้ว นายธนวิชญ์ฯ ก็ได้เปลี่ยนไปขับขี่รถยนต์เก๋งคันยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ทะเบียน กธ 9683 ตรัง พา น.ส.สุดารัตน์ฯ เดินทางไปที่หลังสำนักสงฆ์บ้านเขาล้อม ต.พรหมโลก อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ได้ไปพบกับนายอนุสรณ์ (สงวนนามสกุล) แล้วร่วมกันใช้อาวุธปืนยิง น.ส.สุดารัตน์ฯ ถึงแก่ความตายแล้วช่วยกันขุดหลุมฝังศพเอาไว้บนเนินเขาหลังสำนักสงฆ์บ้านเขาล้อมดังกล่าว หลังเกิดเหตุต่างก็ได้แยกย้ายกันหลบหนีออกนอกพื้นที่ 

จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานมีผู้ต้องหาทั้งสิ้น 9 ราย แบ่งกลุ่มได้ ดังนี้

– กลุ่มผู้ลักพาตัว (อุ้มฆ่า)

1. นายธนวิชญ์ หรือเพชร (สงวนนามสกุล)

2. นายอนุสรณ์ หรือสร (สงวนนามสกุล) หลบหนี

3. นายบุญยืน หรือกบ (สงวนนามสกุล)

4. นายสุขพินันท์ หรือสุข (สงวนนามสกุล)

– กลุ่มผู้นำรถไปขายประเทศเพื่อนบ้าน

5. นายชัยญา หรือบี (สงวนนามสกุล) หลบหนี

6. นายสมพงษ์ (สงวนนามสกุล) หลบหนี

7. นายไพฑูรย์ หรือโอ้ต (สงวนนามสกุล)

8. น.ส.อำพิลา หรือแต้ว (สงวนนามสกุล)

– กลุ่มซ่อนเร้นอำพรางศพ

9. นายเอกลักษณ์ (สงวนนามสกุล) 

ทั้งนี้ นายบุญยืนฯ, นายสุขพินันท์ฯ และนายเอกลักษณ์ฯ ได้ถูกเจ้าหน้าตำรวจ กก.5 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 8 จับกุมไปก่อนหน้านี้ และ นายบุญยืนฯ, นายสุขพินันท์ฯ ถูกศาลพิพากษาลงโทษข้อหา “ปล้นทรัพย์” จำคุกคนละ 9 ปี ส่วนนายเอกลักษณ์ฯ ถูกศาลพิพากษาลงโทษข้อหา “ซ่อนเร้นอำพรางศพ” จำคุก 1 ปีเศษ 

ต่อมาวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนทราบว่านายธนวิชญ์ฯ ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองพังงา จ.พังงา ส่วนนายไพฑูรย์ฯ และน.ส.อำพิลาฯ ได้หลบหนีไปอยู่พื้นที่จ.กาญจนบุรี จึงได้ประสานการปฏิบัติกับชุดหนุมานกองปราบ เพื่อวางแผนเข้าทำการจับกุมเอาไว้ได้ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างกลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา