ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) ร่วมกับ สภ.เมืองพัทยา จับกุมเจ้าของบาร์นำเด็กขายบริการทางเพศ

ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) ร่วมกับ สภ.เมืองพัทยา จับกุมเจ้าของบาร์นำเด็กขายบริการทางเพศ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช  ผบช.ก., พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์, พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.ปคม.

เจ้าหน้าที่จับกุม นำโดย พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ ผกก.2 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา

ร่วมกันจับกุม 

1.นายสมชายฯ อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1019/2567 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2567 

2. นายเศรษฐาฯ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1020/2567 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2567 

3. น.ส.ณัฐชาฯ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1021/2567 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2567 

ในฐานความผิด

(1) สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปหรือโดยสมาชิกขององค์กรอาชญากรรมเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีและแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบทางเพศในรูปแบบอื่น โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปีและได้กระทำความผิดตามที่ได้ตกลงกันไว้

(2) ร่วมกันค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปี

(3) ร่วมกันค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบทางเพศในรูปแบบอื่นโดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปี

(4) ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าการกระทำต่าง ๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้นจะได้กระทำภายในหรือนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี 

(5) ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ส่อไปหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและไม่ว่าการกระทำต่าง ๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้นจะได้กระทำภายในหรือนอกราชอาณาจักร

(6) ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ส่อไปหรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิงแม้ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมก็ตามซึ้งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี

(7) ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิงแม้ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม

(8) ร่วมกันกระทำด้วยประการใด โดยการช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น และรับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีซึ่งผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี 

(9) ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย

(10) ร่วมกันชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิดและกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจารเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด”

สถานที่จับกุม 

1.นายสมชายฯ บริเวณลานจอดรถห้างแม็คโคร ถนนพัทยาเหนือ ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

2.นายเศรษฐาฯ ที่ บริเวณถนนเลียบชายหาด ตรงข้าม สภ.เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 

3.น.ส.ณัฐชาฯ ที่บาร์แห่งหนึ่ง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

พฤติการณ์ ด้วยได้รับแจ้งว่า บาร์แห่งหนึ่ง น่าจะมีการกระทำความผิดโดยนำเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีมาแสวงหาประโยชน์ จากการเป็นเด็กนั่งดริ้ง และให้ลักลอบขายบริการทางเพศให้กับลูกค้าโดยให้ออกไปมีเพศสัมพันธ์ที่โรงแรมภายนอกร้าน ซึ่งจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าบุคคลตามที่ได้แจ้งเบาะแสไว้ดังกล่าว คือ น้องเอ(นามสมมติ) มีอายุ 17 ปีเศษ และเข้าทำงานอยู่ที่บาร์แห่งหนึ่งจริงระหว่างเดือนธันวาคม 2566 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2567 จึงได้เข้าทำการช่วยเหลือ น้องเอ(นามสมมติ) มาจากบ้านพักและพาเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งผลจากการสัมภาษณ์คัดแยกดังกล่าว ทีมสหวิชาชีพมีความเห็นร่วมกันว่า น้องเอ เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยทราบข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสอบสวนปากคำ น้องเอ ผู้เสียหายว่าระหว่างเดือนธันวาคม 2566 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 มาทำงานเป็นพนักงานนั่งดริ้งอยู่ที่ร้านดังกล่าวจริง โดยมีหน้าที่ไปนั่งดื่มกินสุราและดูแลลูกค้า โดยลูกค้าสามารถกอด จูบ ลูบ คลำ ผู้เสียหายได้ โดยร้านจะทำการขายดริ้งให้กับลูกค้า ในราคา 150 บาท โดยแบ่งค่าคอมมิชชั่นจากดริ้งให้พนักงานจำนวน 40 บาท และผู้เสียหายยังเคยขายบริการทางเพศให้กับลูกค้า โดยทางร้านรู้เห็นและ เรียกเก็บเงินค่าเสียหายเวลาจากลูกค้า จำนวน 500 บาท โดยที่บาร์มีนายสมชายฯ หรือเต๊ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นเจ้าของ และมีนายเศรษฐาฯ หรือส้ม ผู้ต้องหาที่ 2 เป็น ผู้จัดการ และพนักงานแคชเชียร์ และมีน.ส.ณัฐชาฯ หรือนัท ผู้ต้องหาที่ 3 เป็นคนเชียร์แขกและเป็นคนแนะนำโรงแรมให้กับลูกค้าพร้อมกับเดินพาไปส่งที่โรงแรมซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงร้าน โดยผู้ต้องหาทั้งสามแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีของผู้เสียหายร่วมกัน จึงได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสามคนดังกล่าวไว้ในความผิดดังกล่าวข้างต้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันจับกุม นายสมชายฯ ได้ที่บริเวณลานจอดรถของห้าง ถนนพัทยาเหนือ ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  จับกุมนายเศรษฐาฯ ได้ที่บริเวณถนนเลียบชายหาด ตรงข้าม สภ.เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และจับกุมน.ส.ณัฐชาฯ ได้ที่หน้าร้านแห่งหนึ่ง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยชุดจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายสมชายฯ หรือเต๊ ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าผู้เสียหายเพียงมาเที่ยวที่ร้าน นายเศรษฐา หรือส้ม ผู้ต้องหาที่ 2 และน.ส.ณัฐชา หรือนัท ผู้ต้องหาที่ 3 ไม่ให้การใด ๆ

เตือนภัย จากกรณีดังกล่าว ทาง บก.ปคม. มีความห่วงใยเด็กผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์เพราะนอกจากความเสียหายทางร่างกายที่เกิดขึ้นกับเด็กเหล่านี้แล้ว ยังมีความเสียหายทางจิตใจที่จะฝังรากลึกและเป็นผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในอนาคต ฝากเตือนภัยพี่น้องประชาชนที่อาจตกเป็นผู้เสียหาย ให้ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ให้สังเกต พฤติกรรมของบุตรหลานว่ามีการใช้จ่ายเงินฟุ้งเฟ้อเกินตัว และหมั่นตรวจสอบการใช้สื่อออนไลน์ของเด็กว่ามีความผิดปกติน่าสงสัยหรือไม่

ฝากเตือนผู้ที่คิดจะตั้งตัวเป็นเอเย่นต์, นายหน้า หรือโมเดลลิ่ง ค้าบริการทางเพศเด็ก หรือรับเด็กเข้าเป็นพนักงานนั่งดริ้งในผับ บาร์ สถานบริการและยินยอมให้เด็กค้าประเวณีให้กับลูกค้าทั่วไป เพียงเพราะเห็นแก่รายได้ส่วนต่างจากการค้าประเวณีซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ที่มีอัตราโทษสูง จำคุกกว่า 15 ปี ปรับสูงสุดถึง 1,500,000 บาท และยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ให้บริการ ที่มีอัตราโทษสูงสุดจำคุก 20 ปีปรับ 400,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต พร้อมกันนี้ความผิดฐานค้ามนุษย์ยังเป็นความผิดมูลฐานหนึ่งในกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งอาจถูกยึดทรัพย์ได้เช่นกัน

ฝากเตือนผู้ที่มีความชอบใช้บริการทางเพศเด็ก มีความผิดฐาน พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย มีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีปรับ 200,000 บาท

หากประชาชนมีเบาะแส หรือได้รับความเดือนร้อน สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์โทร สายด่วน 1191 หรือเพจเฟซบุ๊ค กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์“เป็นมืออาชีพด้วยเทคโนโลยีทันสมัย คืนคุณค่าความเป็นคน ประชาชนได้พึ่งพา”