บช.ก. ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระดมตรวจสอบร้านค้าจำหน่ายสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า พบของมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ ผกก.1 บก.ปอศ., พ.ต.ท.วีระพงษ์ หอมหวล, พ.ต.ท.อดิชาต อมรประดิษฐ รอง ผกก.1 บก.ปอศ.


เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.ศิษฏ์ พูลวงศ์ สว.กก.1 บก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา, นายพลาธิป กำแพง นิติกรปฎิบัติการ และ นายชัยโรจน์ ถิรางกูร นิติกรกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ร่วมกันทำการออกตรวจร้านค้าในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยว ที่มีข้อมูลว่ามีขายของละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยสามารถจับกุมร้านค้าออนไลน์ได้ 3 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 คน พร้อมของกลางจำนวนรวม 700 ชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ร่วมกันจับกุม นายธวัชชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ในความผิดฐาน “มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร
    พร้อมตรวจยึดของกลาง 
    1.เสื้อปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ เฟ็นดี้ (FENDI) จำนวน 4 ตัว
    2.กางเกงปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ เฟ็นดี้ (FENDI) จำนวน 4 ตัว
    3.กางเกงปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ อาดิดาส (ADIDAS) จำนวน 15 ตัว
    4.กระเป๋าเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ พราด้า (PRADA) จำนวน 36 ตัว
    รวมจำนวน 59 ชิ้น
    สถานที่จับกุม โกดัง หมู่ 4 ซอยบ้านทุ่ง ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564
  • ร่วมกันจับกุม น.ส.นาไรต้า (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ในความผิดฐาน“มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร
    พร้อมตรวจยึดของกลาง 
    1.นาฬิกาปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ ปาเต็ก ฟิลิปป์ (Patek Philippe) จำนวน 20 เรือน
    2.นาฬิกาปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ ไนกี้ (NIKE) จำนวน 5 เรือน
    3.นาฬิกาปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ อาดิดาส (ADIDAS) จำนวน 2 เรือน
    4.นาฬิกาปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ กุชชี่ (GUCCI) จำนวน 28 เรือน
    5.นาฬิกาปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ คาสิโอ (CASIO) จำนวน 180 เรือน
    6.นาฬิกาปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ โรเล็กซ์ (ROLEX) จำนวน 1 เรือน
    รวม 6 รายการ จำนวน 236 เรือน
    สถานที่จับกุม ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564
  • ร่วมกันจับกุม นายชานนท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ในความผิดฐาน “มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร
    พร้อมตรวจยึดของกลาง 
    1.กระเป๋าสตางค์ ปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ แอล วาย เอ็น ( LYN) จำนวน 88 ใบ
    2.กระเป๋าถือ ปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ แอล วาย เอ็น ( LYN) จำนวน 349 ใบ
    รวม 2 รายการ จำนวน 437 ใบ
    สถานที่จับกุม หมู่ที่ 2 ซอยประชาอุทิศ ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ. และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ตระหนักถึงปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะในพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ (พื้นที่สีแดง) ในจังหวัดทางภาคใต้ คือ จังหวัดภูเก็ต และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนปราบปรามการ กระทำความผิดดังกล่าวมาโดยตลอด จนสามารถปลดล็อคประเทศไทยจากบัญชีเฝ้าจับตามองพิเศษ (PWL) ว่ามีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มาอยู่ในบัญชีเฝ้าจับตามอง (WL) ซึ่งส่งผลดีต่อการค้าระหว่างประเทศ

หากแต่ปัจจุบันผู้ค้าได้ปรับเปลี่ยนวิธีการจำหน่ายสินค้าเหล่านี้ จึงทำให้ยังพบการขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเว็ปไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ. จึงให้ความสำคัญเกี่ยวกับปราบปราม และป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศคู่ค้าสำคัญของประเทศไทย ทั้ง สหรัฐอเมริกา และ คณะกรรมาธิการยุโรป ยังเฝ้าจับตามอง และประเมินสถานการณ์การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยอยู่ ซึ่งอาจส่งผลให้กระทบกับการค้าระหว่างประเทศ โดยประเทศคู่ค้า อาจใช้เป็นข้ออ้าง หรือมาตรการในการกีดกันการค้าระหว่างประเทศของไทยได้ และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการส่งออกสินค้า
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้ทำการสืบสวนในช่องทางออนไลน์ พบว่าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นั้น ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้ปรับตัวมาขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าทำการตรวจค้นจับกุม 3 จุด ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 3 คน ของกลางรวม 700 ชิ้น

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของสินค้าของกลางจริง โดยได้ทำการสั่งซื้อสินค้าดังกล่าวมาจากเว็บไซต์ที่รับนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อที่จะนำสินค้าดังกล่าวมาขายผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ในช่องทางออนไลน์ เนื่องมาจากในห้วงสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ไม่สามารถนำสินค้าไปขายตามตลาดต่างๆ ได้

ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์ว่าการจำหน่ายสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายในลักษณะนี้เป็นการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินค้างปัญญา ซึ่งอาจมีความผิดตามพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ และพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ ซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงจำคุกไม่เกินสี่ปีหรือปรับไม่เกินสี่แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และยังเสี่ยงที่จะถูกเจ้าของสิทธิ์ฟ้องร้อง เรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งอีกด้วย การนำสินค้าปลอมดังกล่าวมาขายยังก่อให้เกิดความเสียหายทางการค้าระหว่างประเทศของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) และได้ลงนามใน Agreement trade-related aspects on intellectual right หรือที่เรียกกันว่า TRIPS ก่อให้เกิดพันธกรณีที่ประเทศไทยจะต้องให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพต่อประเทศสมาชิกขององค์การการค้าโลก จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่ซื้อและจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น การนำสินค้าที่มีผู้หมายการค้ามาจำหน่ายนั้น ควรติดต่อซื้อจากตัวแทนจำหน่ายของสินค้านั้น ไม่ควรนำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศมาขาย ซึ่งอาจเป็นสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า ซึ่งจะต้องถูกจับดำเนินคดี

ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ต.ศิษฏ์ พูลวงศ์ สว.กก.1 บก.ปอศ. โทร.0915528166