ฝากขัง 2 ผู้ต้องหาร่วมปล้นทรัพย์ 3.4 ล้านบาท ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าว

ตำรวจพหลโยธินนำตัวผู้ต้องหา 2 ใน 7 คน ปล้นทรัพย์ ผู้เสียหายกลางลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าว 3,400,000 บาท พร้อมคัดค้านการประกันตัว ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 คนอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ควบคุมตัวนายวรวัฒน์ หรือ “เสือปุ่น ปชน.3 และนายบอล หรือเสือบอล เพื่อไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญา หลังถูกตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควบคุมตัวได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีเมื่อวานนี้ ตามหมายจับศาลอาญา ในคดีร่วมกับพวก 7 คน ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืน ที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าว เอาเงินผู้เสียหายไปเป็นจำนวนกว่า 3,400,000 บาท เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พูดถึงตัวขึ้นรถคุมขังผู้ต้องหาทั้งสองปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ขณะเดียวกันแม่ของเสือปุ่น ได้เดินทางมาเยี่ยมและเฝ้าดูลูกของตัวเองถูกคุมตัวขึ้นรถคุมขัง
โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนถูกแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี ในความผิดร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด” พร้อมคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวกลัวว่าจะหลบหนี ส่วนความคืบหน้าทางคดีขณะนี้ตำรวจได้ควบคุมตัวและดำเนินคดีผู้ต้องหาไปแล้วทั้งหมด 6 คน ยังคงเหลือนายรุ่งนิรันดร์ หรือโบ้ อายุ 32 ปี หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการที่ถูกออกหมายจับอยู่ระหว่างหลบนี้ ตำรวจิยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี
สำหรับคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสองเมื่อคืนนี้ พันตำรวจเอกสิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ผู้ต้องหายังให้การวกวนไปมา จับใจความได้เพียงแค่ ทั้งสองคนผลัดกันขับรถ เปลี่ยนที่พักไปมาเพื่อให้ยากต่อการตามจับกุม ยอมรับว่ามีการแบ่งเงินกัน แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเรื่องของสัดส่วน รวมทั้งเรื่องของการวางแผนในการก่อเหตุ ซึ่งคืนนี้จะทำบันทึกจับกุม แล้วส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนการบุกจับเมื่อวานนี้ ชุดสืบสวนเฝ้าติดตามจนทราบเบาะแส และวางแผนเข้าตรวจค้น ได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธปืนสั้นขนาด จุด 365 , เครื่องกระสุนปืน 29 นัด , วัตถุคล้ายระเบิด MK2 , เงินสด 3 พันบาท , รถเก๋งซึ่งใช้ทะเบียนปลอม , กระเป๋าหรู 2 ใบ ซึ่งของกลางทั้งหมดจะถูกส่งให้กับตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ นำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีเพิ่มเติมในเรื่องของการครอบครองอาวุธปืน และวัตถุระเบิด รวมถึงความผิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง